อธิการบดี มทร.อีสาน ให้สัมภาษณ์รายการ “มองอีสานผ่าน NBT” นำเสนอ รถไฟไทยทำ

อธิการบดี มทร.อีสาน ให้สัมภาษณ์รายการ “มองอีสานผ่าน NBT” นำเสนอ รถไฟไทยทำ

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน พร้อมด้วย ผศ.ประพันธ์ ยาวระ รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตขอนแก่น และ ผศ.ดร.ศุภฤกษ์ ชามงคลประดิษฐ์ ให้สัมภาษณ์ รายการ “มองอีสานผ่าน NBT”  ตอน “LRT RMUTI” รถไฟรางเบาขบวนแรกของไทย ของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดขอนแก่น (NBT อีสาน) โดยมีนางสาวสิรินทร์ ประเสริฐสังข์ เป็นผู้ดำเนินรายการ เพื่อนำเสนอเกี่ยวกับจุดเริ่มต้น เป้าหมายและความสำคัญในการดำเนินงาน “โครงการวิจัยและพัฒนาต้นแบบระบบรถไฟฟ้ารางเบาโดยใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศไทย : เพื่อต่อยอดไปสู่การผลิตในภาคอุตสาหกรรม” ณ อาคารปฏิบัติการซ่อมบำรุงรถไฟ DEPOT โรงจอดและซ่อมบำรุงรถ Tram และ LRT และศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมสู่อนาคตด้วยระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์คณะวิศวกรรมศาสตร์

 โดยอธิการบดีได้ให้สัมภาษณ์ว่า จุดเริ่มต้นได้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2564  มหาวิทยาลัยฯ ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนาต้นแบบระบบการจัดการแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ลากจูงสำหรับรถบัสโดยสารไฟฟ้า รวมถึงพัฒนาชิ้นส่วนรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนเพื่อรองรับการผลิตเชิงพาณิชย์ ต่อยอดจนไปถึง การวิจัยและพัฒนาต้นแบบระบบรถไฟฟ้ารางเบาโดยใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศไทย เพื่อต่อยอดไปสู่การผลิตในภาคอุตสาหกรรม เป็นระยะเวลารวมกว่า 5 ปี ที่นักวิจัยได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องเสมอมา จากจุดเริ่มต้นที่ท้าทายคือการตั้งเป้าหมายให้มีสัดส่วนชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) สูงถึง 80% ซึ่งเป็นการดึงเอาศักยภาพของโรงงานและช่างฝีมือในขอนแก่น (เช่น บมจ. ช ทวี) มาร่วมกับงานวิจัยของมหาวิทยาลัย ทำให้โครงการนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการขนส่ง แต่คือการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ และจุดเปลี่ยนสำคัญคือการตัดสินใจทำ “วิศวกรรมย้อนรอย” โดยนำรถไฟเก่าจากฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น มาถอดบทเรียนและวิจัย เพื่อสร้างต้นแบบเองในไทย ช่วยลดต้นทุนและสร้างองค์ความรู้ให้คนในท้องถิ่น อาจเป็นส่วนพัฒนาภูมิภาคตามภารกิจมหาวิทยาลัยที่ปวารณาตัวว่าจะเป็นส่วนช่วยให้เศรษฐกิจภาคอีสานเจริญเติบโต ผู้คนมีอยู่มีกินให้ได้

ในด้านความร่วมมือและการสนับสนุนจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย อธิการบดี มทร.อีสาน ได้กล่าวว่า “โครงการวิจัยและพัฒนาต้นแบบระบบรถไฟฟ้ารางเบาโดยใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศไทย : เพื่อต่อยอดไปสู่การผลิตในภาคอุตสาหกรรม” นี้ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยโดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุนส่งเสริม ววน.) ซึ่งเป็นการจัดสร้างรถไฟต้นแบบครั้งแรกของประเทศไทยโดยสถาบันการศึกษา เป็นโครงการที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาระบบรางของประเทศในยุคใหม่ และยังเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาขอนแก่นให้กลายเป็น Smart City รวมถึงความสำเร็จเริ่มจากการประสานกันอย่างลงตัวของ 4 ฝ่ายคือ ภาครัฐท้องถิ่น ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้โครงการมีความยั่งยืนและได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานให้ทุนวิจัยระดับประเทศ (บพข.)

ในด้านความสำเร็จที่สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาหลักสูตรของ มทร.อีสาน อธิการบดีได้กล่าวว่า มทร.อีสาน สำเร็จในการสร้าง LRT ฝีมือคนไทย (Local Content 80%) ผ่านหลักสูตรที่เน้นปฏิบัติจริง ร่วมกับภาคเอกชน มทร.อีสาน จึงใช้ “โครงการ LRT” เป็นแกนกลางในการร้อยเรียงทุกหลักสูตรวิศวกรรมและบริหารจัดการเข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนจากการเป็นผู้สอนในห้องเรียน ไปสู่การเป็น “ผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมระบบรางและยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ” รวมถึงการต่อยอดผ่านหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์เฉพาะทาง โดยมีหลักสูตรที่รองรับระบบรางอย่างครบวงจร อาทิเช่น

หลักสูตรวิศวกรรมระบบราง (Railway Engineering) ใช้โครงการ LRT เป็น “ห้องปฏิบัติการมีชีวิต” (Living Lab) ให้นักศึกษาได้เรียนรู้การออกแบบและวางแผนงานสร้าง ซ่อม และพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลแต่ผลิตโดยคนไทยหลักสูตรวิศวกรรมไฟฟ้า (วิชาเอกไฟฟ้าระบบราง)  ต่อยอดองค์ความรู้ด้าน ระบบขับเคลื่อน (Traction System) และ ระบบอาณัติสัญญาณ (Signaling) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ LRT เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์ควบคุมการเดินรถที่เป็นของคนไทยเอง 100%หลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกล (วิชาเอกเครื่องกลระบบราง) มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนา Bogie (แคร่ล้อ) และระบบช่วงล่าง เพื่อรองรับการผลิตชิ้นส่วนทดแทน (Spare parts) ในระดับอุตสาหกรรม ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ

หลักสูตรวิศวกรรมโยธา (วิชาเอกโยธาระบบราง) ต่อยอดสู่การออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางราง (Track Work) และสถานีที่ประหยัดต้นทุนแต่มีความปลอดภัยสูง

รวมถึงการขยายผลสู่เทคโนโลยีใหม่ (S-Curve) ในด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานสะอาด ต่อยอดจาก LRT ไฟฟ้า ไปสู่ LRT พลังงานไฮโดรเจน (ซึ่งมีระบุในแผนการพัฒนา) โดยใช้ความรู้จากหลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกลและหลักสูตรระยะสั้นด้าน EV Conversion ที่มหาวิทยาลัยมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว ด้านระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (Mechatronics) โดยนำหลักสูตรวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์มาพัฒนาระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Driverless) สำหรับรถไฟฟ้ารางเบาในอนาคต และในด้านการพัฒนาหลักสูตร Non-degree และการรับรองมาตรฐาน หลักสูตร Reskill/Upskill มทร.อีสาน มีความร่วมมือกับภาคเอกชน  สามารถเปิดหลักสูตรระยะสั้นเพื่อผลิต “ช่างเทคนิคระบบราง” และ “ผู้เชี่ยวชาญการซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า” ให้กับท้องถิ่นอื่นๆ ที่กำลังจะมีโครงการระบบราง ในส่วนของการทดสอบและรับรองมาตรฐาน (Certification) ได้ใช้บุคลากรและเครื่องมือจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ พัฒนาไปสู่การเป็น ศูนย์ทดสอบมาตรฐานชิ้นส่วนระบบราง เพื่อให้ชิ้นส่วนที่ผลิตโดย SME ไทย (Local Content) ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล

และในวันนี้ มทร.อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ได้มีโอกาสต้อนรับท่านเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ได้มีการพูดคุยประเด็นความร่วมมือทางวิชาการและวิชาชีพในประเทศไทย มทร.อีสาน ได้นำเสนอเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของวิทยาเขตขอนแก่น และการสนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญจากประเทศเยอรมัน  การแลกเปลี่ยนการศึกษาทั้งครูอาจารย์และนักศึกษา รวมถึงทุนการศึกษาจากประเทศเยอรมัน ไปจนสู่การพัฒนากำลังคนสายอาชีพด้านอุตสาหกรรม  ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมจากเยอรมนี  ซึ่งเน้นการฝึกปฏิบัติจริง (Hands-on Training) โดยมีมาตรฐานวิชาชีพเข้มข้น จากครูที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน สอดคล้องกับระบบ “Meister” ของเยอรมนี ซึ่งเป็นระดับวิชาชีพชั้นสูงกว่าช่างทั่วไป เรียนรู้ที่จะพัฒนา การพัฒนา Human ware คือยุทธศาสตร์สำคัญของการยกระดับประเทศ หากพิจารณาประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำอย่าง Germany จะเห็นได้ว่าความสำเร็จไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากระบบพัฒนาคนที่เข้มแข็ง มีมาตรฐานวิชาชีพชัดเจน และบูรณาการการเรียนรู้เข้ากับการปฏิบัติงานจริงอย่างเป็นระบบ สิ่งนี้ทำให้กำลังคนมีสมรรถนะสูง มีวินัย และสามารถแข่งขันในระดับโลกได้

ในบริบทดังกล่าว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วางบทบาทของตนเองเป็น “กลไกขับเคลื่อนการพัฒนา Human ware ของภูมิภาค” โดยมุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตที่มีสมรรถนะพร้อมใช้งานจริง (Competency-Based Education) บูรณาการการเรียนการสอนกับสถานประกอบการอย่างเข้มข้น (Work-Integrated Learning) และเปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมมีส่วนร่วมในการออกแบบหลักสูตรและประเมินผลการเรียนรู้ เพื่อให้ผลลัพธ์สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

พร้อมกันนี้ มหาวิทยาลัยมุ่งปลูกฝังวัฒนธรรมความเป็นมืออาชีพ วินัยในการทำงาน จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อคุณภาพ ควบคู่กับการพัฒนาทักษะเทคโนโลยีและดิจิทัลสมัยใหม่ เพื่อสร้าง Human ware ที่ไม่เพียงทำงานได้ แต่สามารถพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้และเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต
จากนั้นเป็นการให้สัมภาษณ์โดย ผศ.ประพันธ์ ยาวระ รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตขอนแก่น โดยรองอธิการบดีประจำวิทยาเขตขอนแก่น ได้กล่าวถึงความเป็นมาของหลักสูตร Meister โดยวิทยาลัยไทยไมส์ซเตอร์ แห่ง มทร.อีสาน และแนวคิดการพัฒนาการเรียนการสอน จากแนวคิด 3S 1A ตามมาตรฐานของไทยไมซ์สเตอร์  ซึ่งได้แก่ SAFETY (ความปลอดภัย) STANDARD (มาตรฐาน) SKILL (ทักษะ) APPLICATION (การประยุกต์ใช้งาน) เพื่อการพัฒนากำลังคนที่มีมาตรฐานการทำงาน มีความปลอดภัย และมีทักษะเชิงปฏิบัติ สามารถนำความรู้และทักษะไปประยุกต์ใช้ได้จริงในหลักสูตรระยะสั้น และการบูรณาการกับการเรียนการสอน เพื่อสร้างช่างเทคนิคคุณภาพสูง

และปิดท้ายด้วยการให้สัมภาษณ์ของ ผศ.ดร.ศุภฤกษ์ ชามงคลประดิษฐ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยได้ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางในการดำเนินงานหลังจากการเปิดตัว LRT RMUTI “รถไฟไทยทำ” คันแรกของประเทศ โดยสิ่งที่จะดำเนินการต่อคือการทดสอบวิ่งภายในวิทยาเขตขอนแก่นระยะทาง 450 เมตร เป็นการทดสอบสมรรถนะ ทดสอบการเดินรถการอยู่ร่วมกับสภาพพื้นที่ถนนจริงในวิทยาเขตให้นักศึกษาและอาจารย์หรือผู้มาติดต่องานใน มทร.อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ได้คุ้นเคยกับการใช้รถ LRT เนื่องจากเป็นสิ่งใหม่กับผู้คนในต่างจังหวัดจนให้มั่นใจว่ามีความปลอดภัยและจะขยายผลในการของบประมาณงานวิจัยเป็นโครงการ RU (Research Utilization)            เพื่อนำไปใช้ประโยชน์จริงโครงการรอบบึงแก่นนคร ระยะทาง 4.4 กิโลเมตร และจะถอดบทเรียนสร้างตำราและหนังสือจากงานวิจัยนี้ เนื่องจากเรามีทรัพย์สินทางปัญญาหลายชิ้น เพื่อนำมาถ่ายทอดต่อให้กับนักศึกษาสาขาวิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมไฟฟ้าระบบราง นอกจากนี้ยังจะบูรณาการกับอีกหลายสาขาที่เกี่ยวข้องทั้งในคณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม และคณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น ครุศาสตร์เชื่อมประกอบ และคณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ สร้างเป็นอีกหนึ่ง BU (Business Unit) ในการสร้างรายได้เข้าสู่มหาวิทยาลัย

สำหรับห้องปฏิบัติการทั้ง 3 ส่วน คือ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมสู่อนาคตด้วยระบบอัตโนมัติหุ่นยนต์ ศูนย์ซ่อมบำรุงระบบขนส่งทางรางและศูนย์เรียนรู้ยานยนต์ไฟฟ้า มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง 3 ประเด็น คือ

1. ใช้เป็นห้องเรียน ห้องปฏิบัติการให้กับนักศึกษาทุกระดับของ มทร. อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น และภาพรวมของ มทร. อีสาน ทั้งหมด
2. ใช้เป็นศูนย์กลางในการฝึกอบรม ถ่ายทอดความรู้ Upskill  / Reskill / New skill ให้กับกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมต้น / มัธยมปลาย / อาชีวศึกษา กลุ่มบุคลากรของบริษัท สถานประกอบการ ทั้งภายในและภายนอก รวมถึงกลุ่มบุคคล บุคคลที่ว่างงานด้วยการ Upskill / New skill
3. เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อกับภาคอุตสาหกรรมทั้งสามเรื่อง เพื่อให้เกิดการพัฒนา การปรับปรุงกระบวนการผลิตในโรงงานและที่สำคัญ จะต้องสร้างงานวิจัยที่มีคุณค่า ทั้ง 3 ด้าน Robotic /  Rail  /  EV. เพื่อประยุกต์ใช้งานได้จริง ๆ โดยเน้นการจดทรัพย์สินทางปัญญาและต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ ให้ได้ในอนาคต

ข่าว : ศันสนีย์ ไชยเพีย
กราฟิก : มัตติกา สีระวัลย์
ภาพ : พิมพ์ชนก กุลเพ็ง